เข้าสู่ระบบ



หมวดที่ ๑
ระเบียบการแต่งกาย
ระเบียบการแต่งกายระดับเตรียมอนุบาล - อนุบาลปีที่ ๒

 

เครื่องแบบนักเรียนชาย

๑. เสื้อกั๊ก กางเกง และหูกระต่ายลายสก็อตตามแบบโรงเรียน
๒. เสื้อเชิ้ตขาวตามแบบของโรงเรียน
๓. รองเท้าหนังสีดำ ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย

 

เครื่องแบบนักเรียนหญิง

๑. เสื้อกั๊ก กระโปรง และหูกระต่ายลายสก๊อตตามแบบของโรงเรียน
๒. เสื้อเชิ้ตสีขาว ตามแบบของโรงเรียน
๓. รองเท้าหนังสีดำ ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย

เครื่องแบบพลศึกษา

๑. เสื้อยืดสีฟ้าคอโปโล ปกขาวขลิบฟ้า กระเป๋าเสื้อด้านหน้ามีตราโรงเรียน
๒. กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีขลิบสีฟ้าหนึ่งเส้นทั้ง ๒ ข้าง เอวยางยืด
๓. รองเท้ากีฬาสีขาว
๔. ถุงเท้าสีขาว

 

 

 

ระเบียบการแต่งกายระดับอนุบาลปีที่ ๓

 

เครื่องแบบนักเรียนชาย

๑. กางเกงสีน้ำเงิน ติดกระดุมที่เอว ๒ เม็ด ด้านหลังเป็นยางยืด
๒. เสื้อคอฮาวายสีขาว มีกระเป๋าเสื้อทางด้านบนซ้าย ปักตราโรงเรียน ปักชื่อ-นามสกุลด้านขวาด้วยไหมสีแดง
๓. รองเท้าสีดำแบบรองเท้านักเรียนชายติดกระดุม ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย

 

เครื่องแบบนักเรียนหญิง

๑. กระโปรงจีบรอบตัวสีน้ำเงิน มีกระดุมข้างหน้า ๒ เม็ด ข้างหลัง ๒ เม็ด สำหรับยึดเสื้อติดกระโปรง
๒. เสื้อคอฮาวายสีขาว มีกระเป๋าเสื้อทางด้านบนซ้าย ปักตราโรงเรียน ปักชื่อ-นามสกุลด้านขวาด้วยไหมสีแดง
๓. รองเท้าสีดำแบบรองเท้านักเรียนหญิงติดกระดุม ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย

ทรงผม

๑. นักเรียนชาย ทรงผมนักเรียน หรือรองทรง
๒. นักเรียนหญิง ผมสั้นระดับใบหู ถ้าไว้ผมยาวต้องรวบผม หรือถักเปียให้เรียบร้อย

 

กระเป๋านักเรียน

ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด


หมายเหตุ ห้ามนักเรียนใส่เครื่องประดับ และของมีค่ามาโรงเรียน
หากสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ

 

ระเบียบการแต่งกายระดับประถมศึกษา

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖

 

เครื่องแบบนักเรียนชาย

๑. กางเกงสีน้ำเงินแบบกางเกงนักเรียน ความยาวคลุมเข่า
๒. เสื้อเชิ้ตสีขาว ปักชื่อ-นามสกุลด้านซ้ายเหนือกระเป๋า ด้านขวาปักอักษร ย่อ ป.ม.ร. ด้วยไหมสีแดง แนวเดียวกับชื่อ-สกุล
๓. รองเท้าสีดำแบบนักเรียนชาย เป็นหนังหรือผ้าใบผูกเชือกไม่มีลวดลาย
๔. ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ความยาวมาตรฐาน ไม่พับ
๕. เข็มขัดสีดำไม่มีลวดลาย

 

 

เครื่องแบบนักเรียนหญิง

๑. กระโปรงจีบรอบตัวสีกรมท่าแบบกระโปรงนักเรียนหญิง ความยาวคลุมเข่า
๒. เสื้อคอฮาวายสีขาว ปักชื่อ-นามสกุลด้านซ้าย ด้านขวาปักอักษรย่อ ป.ม.ร. ด้วยไหมสีแดงแนวเดียวกับชื่อ-นามสกุล
๓. รองเท้าสีดำแบบรองเท้านักเรียนหญิง
๔. ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ความยาวมาตรฐานพับครึ่ง


หมายเหตุ แบบตัวอักษร ป.ม.ร. ของโรงเรียน ขอรับ ได้ที่ห้องธุรการ หรือ ร้านค้าโรงเรียน

 

เครื่องแบบพลศึกษา

๑. กางเกงวอร์มสีน้ำเงินขายาวมีขลิบสีฟ้าหนึ่งเส้น ทั้ง ๒ ข้าง
๒. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓
- นักเรียนชายและนักเรียนหญิง เสื้อผ้ายืด แขนสั้นสีฟ้า มีตราโรงเรียนด้านซ้าย ปักชื่อนามสกุลด้วยสีขาว ที่ด้านขวา
๓. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖
- นักเรียนชายและนักเรียนหญิง ใช้เสื้อโปโล สีฟ้าตามแบบของโรงเรียน ปักชื่อนามสกุลด้วยสีขาว ที่ด้านขวา
๔. นักเรียนชาย รองเท้าผ้าใบสีดำ ถุงเท้าสีขาว ไม่มีลวดลาย นักเรียนหญิง รองเท้าผ้าใบสีขาว ถุงเท้าสีขาว ไม่มีลวดลาย


หมายเหตุ สวมเครื่องแบบพลศึกษาในวันที่มีการเรียนวิชา พลศึกษา

 

 

 

 

 

ทรงผม

๑. นักเรียนชาย ผมสั้นทรงนักเรียน หรือรองทรงสูง หวีเรียบ ความยาวด้านหน้าไม่เกิน ๔ เซนติเมตร
๒. นักเรียนหญิง ผมสั้นระดับใบหู ถ้าไว้ผมยาวต้อง ถักเปียให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยผมรุงรัง ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม โกรกผม และใช้เครื่องสำ อาง (โบว์ผูกผมให้ใช้ ได้เพียง สีดำ สีน้ำเงิน สีขาว หรือสีน้ำตาลเท่านั้น)

 

กระเป๋านักเรียน

ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด ดังนี้
๑. กระเป๋าหนังทรงมาตรฐาน
๒. กระเป๋าเป้สีกรมท่า มีตราของโรงเรียน (ห้ามใช้
กระเป๋านอกเหนือจากแบบที่กำหนดให้)


หมายเหตุ ห้ามนำของเล่น โทรศัพท์มือถือ หรือของมีค่า
มาโรงเรียน หากสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ

ระเบียบการแต่งกายระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

 

 

เครื่องแบบนักเรียนชาย

๑. กางเกงผ้าโทเรสีดำแบบกางเกงนักเรียนชาย ความยาวคลุมเข่า
๒. เสื้อเชิ้ตสีขาว ปักชื่อ-นามสกุลด้านซ้ายเหนือกระเป๋า และปักจุดกลมทึบ ด้วยไหมสีแดง ขนาด ๐.๕ ซ.ม. เหนือชื่อ-นามสกุล (ม.๑ ปัก ๑ จุด, ม.๒ ปัก ๒ จุด, ม.๓ ปัก ๓ จุด) ด้านขวามือปักอักษรย่อ ป.ม.ร. ด้วยไหมสีแดง ชายเสื้อ ไว้ใน กางเกงรอบตัว
๓. รองเท้าสีดำแบบนักเรียนชาย เป็นหนังหรือผ้าใบ ไม่มีลวดลาย
๔. ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ความยาวมาตรฐาน ไม่พับ
๕. เข็มขัดนักเรียนสีดำไม่มีลวดลาย หัวเข็มขัดสีเงินไม่มีลวดลาย

 

เครื่องแบบนักเรียนหญิง

๑. กระโปรง ๖ เกล็ด จับเกล็ดข้างละ ๓ เกล็ด สีกรมท่า แบบกระโปรง นักเรียนหญิง ความยาวคลุมเข่าลงมาไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว
๒. เสื้อคอปกทหารเรือสีขาว ปักอักษรย่อ ป.ม.ร. ด้านขวามือ และ ปัก ชื่อ-นามสกุลด้านซ้ายมือด้วยไหมสีแดง เหนือชื่อ-นามสกุล ปักจุดเช่นเดียวกับ นักเรียนชาย
๓. นักเรียนต้องสวมเสื้อทับในสีขาวไม่มีลวดลาย
๔. คอซองสีเดียวกับกระโปรง อยู่ในระดับเดียวกับอักษรย่อ ป.ม.ร. และชื่อ-นามสกุล นาดตามแบบโรงเรียน
๕. รองเท้าสีดำ แบบรองเท้านักเรียนหญิง
๖. ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ความยาวมาตรฐานพับครึ่ง

 

เครื่องแบบพลศึกษา

๑. กางเกงวอร์มสีน้ำเงินขายาว มีขลิบสีฟ้าหนึ่งเส้นทั้ง ๒ ข้าง
๒. เสื้อเชิ้ตโปโลสีฟ้า มีกระเป๋าด้านบนซ้าย ปักตรา โรงเรียน ปักชื่อ-นามสกุลด้านขวา และปักจุดเหนือ
ชื่อ-นามสกุล บอกระดับชั้นด้วยไหมสีขาว
๓. นักเรียนชาย รองเท้าผ้าใบสีดำ ถุงเท้าสีขาว นักเรียนหญิง รองเท้าผ้าใบสีขาว ถุงเท้าสีขาว


หมายเหตุ สวมเครื่องแบบพลศึกษาในวันที่มีการเรียน วิชาพลศึกษา ละเสื้อพลศึกษาต้องสวมกับกางเกงวอร์ม
ตามระเบียบเท่านั้น

 

 

ทรงผม

๑. นักเรียนชาย ผมสั้นทรงนักเรียน หรือรองทรงสูง ความ ยาวด้านหน้าไม่เกิน ๔ เซนติเมตร หวีเรียบ
๒. นักเรียนหญิง ถ้าไว้ผมสั้นต้องตัดเสมอปลายหู ถ้าไว้ ผมยาวต้องตัดปลายผมให้เสมอกัน และถักเปียทั้ง ๒ ข้าง ให้เรียบร้อย โดยไม่มีไรผมหรือจอนห้อยรุงรัง ด้านหน้า ไม่ปล่อยผมรุงรังและจะต้องไม่ปล่อยยาวในลักษณะของ ผมม้า ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม โกรกผม และใช้เครื่อง สำอาง (โบว์ผูกผมให้ใช้ได้ ดังนี้ ม.๑ สีขาว, ม.๒ สีน้ำเงิน, ม.๓ สีดำ ขนาดความกว้าง ๑ - ๒.๕ ซ.ม. เท่านั้น)

 

กระเป๋านักเรียน

ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด ดังนี้
๑. กระเป๋าหนังทรงมาตรฐาน
๒. กระเป๋าเป้สีกรมท่า ของโรงเรียน (ห้ามใช้กระเป๋า นอกเหนือจากแบบที่กำหนด)


หมายเหตุ ห้ามขีดเขียน ทำลวดลาย ติดสติกเกอร์ หรือ ตกแต่งกระเป๋า

 

ระเบียบการแต่งกายระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องแบบนักเรียนชาย

๑. กางเกงผ้าโทเรสีดำแบบกางเกงนักเรียนชาย ความยาวคลุมเข่า
๒. เสื้อเชิ้ตสีขาว ด้านขวาปักอักษรย่อ ป.ม.ร. และสัญลักษณ์โรงเรียนเหนือ อักษรย่อด้วยไหมสีแดง ด้านซ้ายปักชื่อ-นามสกุล ชายปกเสื้อด้านขวาตามแนว ขวาง ปักดาวตามระดับชั้น (ม.๔ ปักดาว ๑ ดวง, ม.๕ ปักดาว ๒ ดวง ม.๖ ปัก ดาว ๓ ดวง) ชายเสื้อไว้ในกางเกงรอบตัว
๓. รองเท้าสีดำแบบนักเรียนชาย เป็นหนังหรือผ้าใบ ไม่มีลวดลาย
๔. ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ความยาวมาตรฐาน ไม่พับ
๕. เข็มขัดนักเรียนสีดำไม่มีลวดลาย หัวเข็มขัดสีเงินไม่มีลวดลาย

 

เครื่องแบบนักเรียนหญิง

๑. กระโปรง ๖ เกล็ด จับเกล็ดข้างละ ๓ เกล็ด สีกรมท่า แบบกระโปรง นักเรียนหญิง ความยาวคลุมเข่าลงมาไม่น้อยกว่า ๒ นิ้ว
๒. เสื้อเตรียม (ม.ปลาย) สีขาว ด้านขวาปักอักษรย่อ ป.ม.ร. และสัญลักษณ์ โรงเรียนเหนืออักษรย่อด้วยไหมสีแดง ด้านซ้ายปักชื่อ-นามสกุล ชายปกเสื้อด้านขวา ปักดาวตามระดับชั้น (ม.๔ ปักดาว ๑ ดวง, ม.๕ ปักดาว ๒ ดวง, ม.๖ ปักดาว ๓ ดวง)
๓. เข็มขัดหนังสีดำ หัวเข็มขัดสีดำไม่มีลวดลาย
๔. รองเท้าหนังสีดำ แบบรองเท้านักเรียนหญิง
๕. ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ความยาวมาตรฐานพับครึ่ง

 

 

 

เครื่องแบบพลศึกษา

๑. กางเกงวอร์มสีน้ำเงินขายาว มีขลิบสีฟ้าหนึ่งเส้นทั้ง ๒ ข้าง
๒. เสื้อเชิ้ตโปโลสีฟ้า มีกระเป๋าด้านบนซ้าย ปักตรา โรงเรียน ปักชื่อ-นามสกุลด้านขวา และปักดาวเหนือ ชื่อ-นามสกุลบอกระดับชั้นด้วยไหมสีขาว
๓. นักเรียนชาย รองเท้าผ้าใบสีดำ ถุงเท้าสีขาว นักเรียนหญิง รองเท้าผ้าใบสีขาว ถุงเท้าสีขาว


หมายเหตุ สวมเครื่องแบบพลศึกษาในวันที่มีการเรียน วิชาพลศึกษา และเสื้อพลศึกษาต้องสวมกับกางเกงวอร์ม ตามระเบียบเท่านั้น

 

 

 

ทรงผม

๑. นักเรียนชาย ผมสั้นทรงนักเรียน หรือรองทรงสูง ความ ยาวด้านหน้าไม่เกิน ๔ เซนติเมตร
๒. นักเรียนหญิง ถ้าไว้ผมสั้นต้องตัดสั้นเสมอใบหู ถ้า ไว้ผมยาวต้องรวบหรือถักเปียให้เรียบร้อย โดยไม่มีไรผม หรือจอนห้อยรุงรังด้านหน้า และจะต้องไม่ปล่อยผมยาว ในลักษณะของผมม้า ไม่ปล่อยรุงรัง ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม โกรกผม และใช้เครื่องสำ อาง (โบว์ผูกผมให้ใช้ สีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย ขนาดกว้าง ๑-๒.๕ ซ.ม. เท่านั้น)


หมายเหตุ ถ้านักเรียนหญิงซอยผม จะไม่อนุญาตให้ไว้ผม ยาว ต้องตัดสั้นเสมอปลายหู

 

กระเป๋านักเรียน

ใช้ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด ดังนี้
๑. กระเป๋าหนังทรงมาตรฐาน
๒. กระเป๋าเป้สีกรมท่า มีตราของโรงเรียน (ห้ามใช้ กระเป๋านอกเหนือจากแบบที่กำหนด)


หมายเหตุ ห้ามนำของเล่น โทรศัพท์มือถือ หรือของมีค่า มาโรงเรียนทั้งนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง หากสูญหาย ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ)

 

 

 

เครื่องแบบลูกเสือ - เนตรนารี

 

 

 

 

 

ลูกเสือสำรอง (ประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓)

หมวก ทรงกลมมีกระบังหน้าหมวก มีรูปเสือ และอักษร ใต้หน้าเสือว่า “ลูกเสือ”

เสื้อ เสื้อนักเรียนสีขาว ด้านขวาปักอักษรย่อ ป.ม.ร. ด้านซ้ายปักชื่อ-นามสกุลด้วยไหมสีแดง ติดสัญลักษณ์หน้าเสือ เหนือชื่อ-นามสกุล แขนเสื้อด้านซ้ายติดสัญลักษณ์แสดงหมู่สี ด้านขวาติดชื่อโรงเรียน และติดตัวเลขกลุ่มกองใต้ชื่อโรงเรียน

ผ้าพันคอ ผ้าสามเหลี่ยมสีฟ้าขลิบขาว มีตราปราสาทและ ใส่วอคเกิ้ลหนังสีน้ำตาล สัญลักษณ์ลูกเสือ

กางเกง กางเกงนักเรียน

เข็มขัด เข็มขัดลูกเสือ สีน้ำตาล พร้อมหัวเข็มขัด ลูกเสือตามแบบกองลูกเสือ

ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว

รองเท้า รองเท้าหนังหรือผ้าใบสีดำ (รองเท้านักเรียน)

 

เนตรนารีสำรอง (ประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓)

หมวก ทรงกลมมีกระบังหน้าหมวก ติดสัญลักษณ์ เนตรนารี

เสื้อ เสื้อนักเรียนสีขาว ด้านขวาปักอักษรย่อ ป.ม.ร. ด้านซ้ายปักชื่อ-นามสกุลด้วยไหมสีแดง ติดเข็มนางฟ้าเหนือชื่อ- นามสกุล แขนเสื้อด้านซ้ายติดสัญลักษณ์แสดงหมู่สี ด้านขวาติดชื่อ โรงเรียน และติดตัวเลขกลุ่มกองใต้ชื่อโรงเรียน

ผ้าพันคอ ผ้าสามเหลี่ยมสีฟ้าขลิบขาว มีตราปราสาทและ ใส่วอคเกิ้ลหนังเนตรนารี

กระโปรง กระโปรงนักเรียน

ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว

รองเท้า รองเท้าหนังสีดำ (รองเท้านักเรียน)

 

 

ลูกเสือสามัญ (ประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖)

หมวก หมวกปีกสีกากี พับข้าง มีเครื่องหมายหน้าเสือ ติดดอกจันข้างหมวก

เสื้อ เสื้อสีกากี ด้านขวาปักชื่อ-นามสกุลด้วยสีดำ บน พื้นสีขาว แขนเสื้อด้านขวาติดป้ายชื่อโรงเรียน และติดตัวเลขกลุ่ม เลขกองใต้ชื่อโรงเรียน แขนเสื้อด้านซ้ายติดริบบิ้นหมู่สี

ผ้าพันคอ ผ้าสามเหลี่ยมสีเหลือง มีตราปราสาท และใส่ วอคเกิ้ลหนังสีน้ำตาล สัญลักษณ์ลูกเสือ

กางเกง กางเกงสีกากี (สีเดียวกับเสื้อ) มีกระเป๋า ๒ ข้าง มีหูร้อยเข็มขัด

เข็มขัด เข็มขัดลูกเสือพร้อมหัวเข็มขัดตามแบบกองลูกเสือ

ถุงเท้า ถุงเท้ายาวสีกากี

รองเท้า รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลแก่ไม่มีลวดลาย

 

 

 

เนตรนารีสามัญ (ประถมศึกษาปีที่ ๔ -๖)

หมวก หมวกสีเขียวไม่พับจีบ มีเข็มเนตรนารีติดอยู่ที่ หน้าหมวก

เสื้อ เสื้อเนตรนารีสีเขียว ด้านขวาปักชื่อ-นามสกุล ด้วยสีดำบนพื้นขาว ด้านซ้ายติดเข็มเนตรนารี แขนเสื้อด้านขวาติด ป้ายชื่อโรงเรียน และติดตัวเลขกลุ่มเลขกองใต้ชื่อโรงเรียนแขนเสื้อ ด้านซ้ายติดเครื่องหมายหมู่

ผ้าพันคอ ผ้าสามเหลี่ยมสีเหลือง มีตราปราสาท และใส่ วอคเกิ้ลหนังเนตรนารี

กระโปรง กระโปรงเนตรนารีสีเขียว (สีเดียวกับเสื้อ)

เข็มขัด เข็มขัดเนตรนารีตามแบบกองลูกเสือ

ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว

รองเท้า รองเท้าหนังสีดำ (รองเท้านักเรียน)

 

 

 

 

ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓)

หมวก หมวกทรงแบเรต์สีเลือดหมู ติดเข็มหน้าเสือที่ หน้าหมวก

เสื้อ เสื้อสีกากี ด้านขวาปักชื่อ-นามสกุลสีเหลืองบน พื้นสีเลือดหมู ติดสัญลักษณ์หน้าเสือกลางกระเป๋าซ้าย ใส่อินทรธนูสีเลือดหมูที่บ่าทั้งสองข้าง แขนเสื้อด้านขวาติดชื่อ โรงเรียนและติดตัวเลขกลุ่มเลขกองใต้ชื่อโรงเรียน แขนเสื้อด้านซ้าย
ติดสัญลักษณ์ประจำ หมู่

ผ้าพันคอ ผ้าสามเหลี่ยมสีเหลือง มีตราปราสาท และใส่ วอคเกิ้ลหนังสีน้ำตาล สัญลักษณ์ลูกเสือ

กางเกง กางเกงสีกากี (สีเดียวกับเสื้อ) ความยาวคลุมเข่า

เข็มขัด เข็มขัดลูกเสือ พร้อมหัวเข็มขัดตามแบบกองลูกเสือ

ถุงเท้า ถุงเท้าสีกากียาวถึงเข่า มีพู่สีเลือดหมูสอดใต้ที่พับ ถุงเท้าทั้งสองข้าง ปลายพู่ยาวเลยแนวพับข้างละ ๑ ซ.ม.

รองเท้า รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลแก่ไม่มีลวดลาย

 

 

เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓)

หมวก หมวกสีเขียวไม่พับจีบหลัง ติดเข็มเนตรนารีที่ หน้าหมวก

เสื้อ เสื้อเนตรนารีสีเขียว ด้านขวาปักชื่อ-นามสกุลด้วย สีเหลืองบนพื้นสีเลือดหมู ติดสัญลักษณ์เนตรนารีกลาง กระเป๋าด้าน
ซ้าย ติดเข็มเนตรนารเหนืออืกระเป๋าด้านซ้าย ใส่อินทรธนูสี เลือดหมบูนบ่า ทั้งสองข้าง

ผ้าพันคอ ผ้าสามเหลี่ยมสีเหลือง มีตราปราสาท และใส่ วอคเกิ้ลหนังเนตรนารี

กระโปรง สีเขียวคลุมเข่า มีกระเป๋าข้างทางด้านขวา

เข็มขัด เข็มขัดเนตรนารี พร้อมหัวเข็มขัดตามแบบ กองลูกเสือ

ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว

รองเท้า รองเท้าหนังสีดำ (รองเท้านักเรียน)

 

 

นักศึกษาวิชาทหาร (มัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖)

หมวก หมวกทรงแบเรต์สีเขียวขี้ม้า หน้าหมวกติดเครื่องหมายรักษาดินแดน

เสื้อ เสื้อสีเขียวขี้ม้า แขนยาว ปักชื่อสกุลสีเหลืองพื้นสีดำ บริเวณด้านบนกระเป๋าเสื้อขวาด้านบนซ้ายติดอักษร กท. มุมปกเสื้อขวาติดสัญลักษณ์รักษาดินแดน มุมปกซ้ายติดชั้นปี ไหล่ขวาใต้ตะเข็บเสื้อ ๑ นิ้ว ติดอาร์มของโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา

กางเกง กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้าทรงตามแบบกำหนด สวมปลอกขาที่ชายกางเกงทั้งสองข้าง

เข็มขัด เข็มขัดสีเขียวขี้ม้า หัวเข็มขัดสัญลักษณ์กรมการรักษาดินแดน ขัดเงา

ถุงเท้า ถุงเท้าสีดำหรือเขียวขี้ม้า

รองเท้า รองเท้าหนังคอมแบ็ต สีดำ

 

หมวดที่ ๒
ระเบียบข้อบังคับสำหรับนักเรียน

ระเบียบปฏิบัติทั่วไป
๑. นักเรียนทุกคนจะต้องมีบัตรประจำ ตัวนักเรียน และพกติดตัวตลอดในวันที่มา โรงเรียน
๒. นักเรียนต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำ แนะนำ ตักเตือนของครูทุกคน
๓. นักเรียนต้องรู้จักคารวะบุคคล และต้องทำ ความเคารพเมื่อพบครูทุกคน ทั้งใน
และนอกโรงเรียน รู้จักกล่าวคำ สวัสดี ขอโทษ และขอบคุณในโอกาสต่างๆ อันควร
๔. ไม่นำ บุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณโรงเรียน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากโรงเรียน
๕. สุภาพอ่อนโยนต่อบุคคลทั่วไป ไม่กล่าวคำ หยาบ หรือคำ ส่อเสียด
๖. การเข้าพบครูทุกครั้งให้คุกเข่า ใช้วาจาสุภาพเมื่อไต่ถาม
๗. นักเรียนต้องรักษาความสามัคคีในหมู่คณะ รุ่นน้องนับถือรุ่นพี่และรุ่นพี่ประพฤติตน
ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่รุ่นน้อง
๘. ไม่จัดกิจกรรมนำ เที่ยวหรือชักชวนนักเรียน และผู้อื่นไปตามสถานที่ต่างๆ
๙. นักเรียนต้องมีความสงบ สำ รวมเมื่ออยู่ในโรงเรียน และรักษาระเบียบวินัยขณะ มีกิจกรรม
๑๐. ไม่ประพฤติการใดๆที่นำ ความเสื่อมเสียมาสู่โรงเรียน
๑๑. นักเรียนต้องช่วยกันรักษาสมบัติของโรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่ขีดเขียนหรือ
ทำ ลายโต๊ะ เก้าอี้ ฝาผนัง หรืออื่นๆ
๑๒. นักเรียนต้องประหยัดการใช้น้ำ ไฟฟ้า และวัสดุสิ้นเปลืองของโรงเรียน
๑๓. นักเรียนจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาดภายในห้องเรียน บริเวณโรงเรียนและ ห้องน้ำ
๑๔. ไม่นำ หนังสือ เอกสาร และแผ่นประกาศมาแจก หรือนำ มาติดในโรงเรียน เว้นแต่
ที่ครูให้ใช้เป็นความรู้ที่ควรเผยแพร่ได้
๑๕. ไม่นำ สินค้าและบริการทุกประเภท มาขายในโรงเรียน
๑๖. การซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องเขียนต่าง ๆ โดยใช้บัตรแทนเงินสดเท่านั้น
๑๗. นักเรียนต้องไม่สวมใส่เครื่องประดับใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นนาฬิกาข้อมือที่ไม่ใช่เครื่อง
ประดับ นักเรียนที่มีปัญหาด้านสายตาให้สวมแว่นสายตา แบบและสีที่สุภาพเท่านั้น กรณี
ใส่คอนแทคเลนส์สายตาให้ใช้แบบไม่มีสี ไม่อนุญาตให้ใส่คอนแทคเลนส์สี สร้อยคอสำ หรับ
แขวนพระให้ใช้สร้อยสแตนเลส หรือเชือกสีด
๑๘. นักเรียนต้องไม่สัก หรือเจาะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยกเว้นเฉพาะนักเรียนหญิงอนุญาตให้เจาะหู ใส่ก้านต่างหูบริเวณติ่งหูด้านล่างข้างละ ๑ ช่องเท่านั้น โดยต่างหูจะต้อง
เป็นตุ้ม หรือห่วงขนาดเล็ก ไม่มีลวดลาย
๑๙. การนั่งในสถานที่ต่างๆต้องสุภาพเรียบร้อย และรักษาความสะอาด
๒๐. นักเรียนต้องไม่บ้วนน้ำลาย ทิ้งเศษกระดาษ หรือของสกปรกลงบนพื้น หรือกันสาด
และไม่สวมรองเท้าขึ้นบนอาคาร
๒๑. นักเรียนต้องรักษาความเป็นระเบียบ ในการเดินแถวเข้าห้องเรียน ซื้ออาหาร
ขึ้นรถโรงเรียนและเดินเข้า-ออกโรงเรียน
๒๒. นักเรียนต้องไม่วิ่งเล่นบนอาคารเรียน หรือในห้องเรียน
๒๓. นักเรียนต้องตรงต่อเวลาเรียน ในการเข้าเรียนแต่ละคาบ
๒๔. นักเรียนต้องตั้งใจฟัง คิด จด บันทึก ซักถามถ้าไม่เข้าใจหรือสงสัย
๒๕. นักเรียนต้องไม่ทำ ความรบกวนเพื่อนในห้อง และเพื่อนห้องข้างเคียง
๒๖. นักเรียนต้องไม่นำ อาหารหรือของขบเคี้ยว เข้ามารับประทานในห้องเรียน
๒๗. ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. ในกรณี
ต้องการติดต่อผู้ปกครอง ให้แจ้งครูประจำ ชั้น
๒๘. นักเรียนที่กลับบ้านเอง หลังเลิกเรียนไม่อนุญาตให้ไปเที่ยวเตร่ในสถานที่ต่าง ๆ


กรณีที่มีกิจธุระอื่นใด จะต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้พาไป การลาป่วย ลากิจ


๑. นักเรียนส่งใบลา ตามแบบฟอร์มของโรงเรียน โดยแนบหลักฐานประกอบ
- ลากิจ ส่งล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ วัน
- ลาป่วย ส่งวันแรกของการมาโรงเรียน
๒. ส่งใบลาที่ครูประจำ ชั้น และครูประจำ วิชา

 

ระเบียบปฏิบัติของผู้ปกครอง และนักเรียนระดับอนุบาล


๑. นักเรียนทุกคน มาถึงโรงเรียนก่อนเวลา ๐๗.๕๐ น.และกลับเวลา ๑๕.๐๐ น.
๒. ผู้ปกครองมาส่งนักเรียนหน้าห้องเรียนกับครูประจำ ชั้น และไม่อนุญาต
ให้เข้าไปในห้องเรียนเด็ดขาด
๓. นักเรียนที่มาสายเกินเวลา ๐๘.๐๐ น. ให้พบหัวหน้าระดับชั้นอนุบาล
เพื่ออนุญาตให้เข้าห้องเรียน
๔. นักเรียนเจ็บป่วยให้โทรศัพท์แจ้งครูประจำ ชั้นทราบทุกครั้ง
๕. การมารับเด็กก่อนเวลาให้ติดต่อธุรการเพื่อรับใบอนุญาตกลับก่อน
๖. ในกรณีเปลี่ยนผู้ปกครองมารับให้นำ บัตรประจำ ตัวประชาชนมาติดต่อธุรการ
๗. ในกรณีที่ผู้ปกครองมารับนักเรียนหลังเวลา ๑๖.๓๐ น. โรงเรียนมีบริการฝาก
ดูแลถึงเวลา ๑๘.๐๐ น.

 

การรับนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ

๑. ผู้ปกครองที่มารับนักเรียนก่อนเลิกเรียน จะต้องติดต่อที่ห้องธุรการเท่านั้น
เพื่อประสานงานให้ครูประจำ ชั้นนำ นักเรียนมาส่ง ไม่อนุญาตให้ไปรับที่ห้องเรียนโดย
เด็ดขาด


๒. กรณีที่นักเรยี นกลบั บ้านเอง และผ้ปู กครองมคี วามประสงค์ทจี่ ะให้นกั เรยี นกลบั
ก่อนเวลาโรงเรียนเลิกโดยผู้ปกครองไม่ได้มารับเอง จะต้องทำ จดหมายลงลายมือชื่อเพื่อ
ขออนุญาต มิฉะนั้นทางโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้กลับจนกว่าจะเลิกเรียน


๓. ผู้ปกครองจะต้องมารับนักเรียนไม่เกินเวลา ๑๗.๓๐ น. เนื่องจากครูเวรปฏิบัติ
หน้าที่ถึงเวลา ๑๗.๓๐ น. เท่านั้น


๔. ผู้ปกครองมารับนักเรียนเกินเวลา ๑๗.๓๐ น. จะต้องชำ ระเงินค่าตอบแทนปฎิบัติ
การนอกเวลาชั่วโมงละ ๕๐ บาท

 

ระเบียบการใช้บัตรนักเรียน
๑. บัตรนักเรียนใช้เป็นบัตรเงินสด
๒. เติมเงินได้ที่จุดเติมเงินที่โรงเรียนกำ หนด
๒.๑ ห้องธุรการ (ตลอดเวลาทำ การ)
๒.๒ โรงอาหารอาคาร ๔ และโรงอาหารอาคาร ๕ ในเวลาพัก
๓. บัตรนักเรียนใช้เป็นเอกสารแสดงตน ประกอบการใช้สิทธิ์ ประกันอุบัติเหตุ

 

การมาโรงเรียนในวันหยุด
๑. ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนมาโรงเรียนในวันหยุด ยกเว้นกรณีที่โรงเรียนให้มา
ทำ กิจกรรม โดยจะมีจดหมายแจ้งให้ทางผู้ปกครองทราบล่วงหน้า
๒. ถ้าทางโรงเรียนจะนำ นักเรียนออกจากโรงเรียน หรือนอกสถานที่ จะต้องมีจดหมาย
ขออนุญาตผู้ปกครองทุกครั้ง

 

การส่งเสริมและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน


๑. ผู้ปกครองต้องยินยอมให้ทางโรงเรียนลงโทษนักเรียนที่กระทำ ความผิดระเบียบ
ได้ตามสมควรแก่กรณี

การลงโทษทำ ตามลำ ดับขั้นตอน ดังนี้
๑.๑ ว่ากล่าวตักเตือน
๑.๒ ทำ ทัณฑ์บน
๑.๓ ตัดคะแนนความประพฤติ
๑.๔ ทำ กิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
๑.๕ การส่งให้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง
๑.๖ ส่งเข้ารับการคุ้มครอง


๒. ผู้ปกครองจำ เป็นต้องมาพบครู-อาจารย์ของโรงเรียนทุกครั้งที่ทางโรงเรียน
เรียนเชิญ หากผู้ปกครองเพิกเฉยทางโรงเรียนจะดำ เนินการโดยความเห็นชอบของ
ทางโรงเรียนเอง


๓. ขอให้ผู้ปกครองอ่านหนังสือที่ทางโรงเรียนแจ้งเรื่องต่างๆให้ทราบ พร้อมกับ
เซ็นชื่อรับทราบในหนังสือนั้นด้วยทุกครั้ง

 

การติดต่อกับทางโรงเรียนสำ หรับผู้ปกครอง


๑. ผู้ปกครองที่มาติดต่อกับทางโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครองที่มารับ-ส่งนักเรียน
กรุณาแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย งดเว้นการใส่เสื้อผ้ารัดรูป เสื้อสายเดี่ยว
เสื้อกล้าม ชุดนอน กระโปรงที่สั้นมาก และกางเกงขาสั้น เนื่องจากการสวมใส่เครื่อง
แต่งกายที่ไม่สุภาพเข้ามาในโรงเรียนจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่นักเรียน


๒. ในกรณีที่ต้องการปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ของนักเรียน ให้ผู้ปกครองพบ
ครูประจำ ชั้นที่ห้องธุรการหลังเลิกเรียน


๓. ผู้ปกครองต้องติดบัตรแสดงตน ตลอดเวลาที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน

 

 

หมวดที่ ๓
ระเบียบการลงโทษนักเรียน

ระเบียบโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ “ว่าด้วยการลงโทษ นักเรียน” โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา ได้กำหนดระเบยี บการลงโทษ เพื่อถือ ปฏิบัติ ภายในโรงเรียน ดังนี้


๑. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา ว่าด้วย การลงโทษนักเรียน”


๒. “การลงโทษ” หมายถึง การกำหนดวิธีการปรับปรุงพฤติกรรมของนักเรียน
ในกรณีที่นักเรียนปฏิบัติตนผิดระเบียบข้อบังคับสำหรับนักเรียน หรือประพฤติตน
ไม่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมีความเห็น

๓. การลงโทษนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือ
ครูที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยให้ดำเนินการเพื่อจุดมุ่งหมายให้
นักเรียนสำนึกในความผิดที่ได้กระทำ และพัฒนาตนเองให้ถูกต้องเหมาะสม และต้อง
กระทำภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยให้
ดำเนินการ ดังนี้


๓.๑ การว่ากล่าวตักเตือน ใช้สำหรับนักเรียนที่ได้กระทำความผิดขั้นที่
ไม่ร้ายแรง หรือความผิดขั้นต้น และเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก หรืออยู่ในกรณีที่
เห็นว่าเหมาะสมและจะได้ผลดี

๓.๒ การทำทัณฑ์บน ใช้สำหรับนักเรียนที่ปฏิบัติผิดระเบียบขั้นปานกลาง
เป็นครั้งแรก หรือได้รับการดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนตามข้อ ๓.๑ มากกว่า ๑ ครั้งแล้ว
หรือกรณีความผิดอื่นที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าควรให้มีการทำทัณฑ์บน


๓.๓ การตัดคะแนนความประพฤติ ใช้สำหรับนักเรียนที่ปฏิบัติ
ผิดระเบียบขั้นร้ายแรง หรือทำทัณฑ์บนมา ๑ ครั้ง หรือได้รับโทษตามระเบียบ
การลงโทษ โดยมีระดับคะแนนที่จะถูกตัดตามข้อกำหนดที่คณะกรรมการกำหนดไว้


๓.๔ การให้ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้สำหรับนักเรียน
ที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติเกินกว่า ๖๐ คะแนน หรือกระทำผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตามความผิดขั้นร้ายแรง ตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม โดยได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าสถานศึกษา ซึ่งผู้ปกครองจะต้องเป็น
ผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำกิจกรรมดังกล่าวของนักเรียน

๓.๕ การส่งให้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำ
ความผิดตามฐานความผิดขั้นร้ายแรง และเป็นการกระทำที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็น
ความผิด โรงเรียนจะดำเนินการส่งตัวนักเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ตามกฎหมายรับตัวไปดำเนินการต่อไป


๓.๖ ส่งเข้ารับการคุ้มครอง การส่งเข้ารับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครอง
เด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ ใช้สำหรับนักเรียนที่ประพฤติตนตามฐานความผิดขั้นร้ายแรงและโรงเรียน
ได้ขอความร่วมมือกับผู้ปกครองแล้วแต่นักเรียนยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นจนเป็น
ที่ยอมรับ โรงเรียนจะพิจารณาส่งตัวนักเรียนเข้ารับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
พ.ศ.๒๕๔๖ ต่อไป

 

ระดับความผิดด้านความประพฤติของนักเรียน
แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้
๑. ความผิดขั้นต้น
๒. ความผิดขั้นกลาง
๓. ความผิดขั้นร้ายแรง

 

การลงโทษ


ข้อ ๑. ความผิดขั้นต้น (ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ ๕ คะแนน)
ได้แก่ ความผิด ต่อไปนี้


๑.๑ มาถึงโรงเรียนสาย โดยไม่มีสาเหตุอันควร (ยกเว้น นักเรียนที่ขึ้นรถรับ-ส่งนักเรียน)
๑.๒ ก่อความรำคาญในห้องเรียน
๑.๓ คุยหรือส่งเสียงดังในห้องเรียน
๑.๔ ทำความสกปรก หรือไม่รักษาความสะอาดบริเวณโรงเรียน และในห้องเรียน
๑.๕ กล่าววาจาหยาบคาย
๑.๖ รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มในห้องเรียน หรือบริเวณที่ โรงเรียนห้ามไว้
๑.๗ เคี้ยว หรือทิ้งหมากฝรั่ง
๑.๘ ไม่เข้าเรียนตามตารางเรียน     
๑.๙ เล่นในที่ทีี่ทางโรงเรียนห้ามไว้
๑.๑๐ ไม่ปักอักษรย่อชื่อโรงเรียน ชื่อ-นามสกุล และชั้นเรียน
๑.๑๑ ไม่แสดงความเคารพครู-อาจารย์
๑.๑๒ แต่งกายไม่เรียบร้อย ไม่ติดกระดุมเสื้อ หรือปล่อยชายเสื้อออก นอกกางเกง
๑.๑๓ ใช้กระเป๋าหนังสือที่โรงเรียนไม่อนุญาต
๑.๑๔ ใส่เครื่องประดับ
๑.๑๕ ใช้เครื่องมือสื่อสารในเวลาเรียน
๑.๑๖ นำของเล่นมาโรงเรียน
๑.๑๗ หลีกเลี่ยงการเข้าแถว
๑.๑๘ ไม่ให้ความร่วมมือกับหมู่คณะ หรือส่วนรวมในการทำกิจกรรม

 

ข้อ ๒. ความผิดขั้นปานกลาง (ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ ๑๐ คะแนน)
ได้แก่ ความผิด ต่อไปนี้

๒.๑ ขาดโรงเรียนโดยไม่แจ้งเหตุผลให้โรงเรียนทราบ ติดต่อกัน ๓ วัน
๒.๒ ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
๒.๓ แต่งกายผิดระเบียบ
๒.๔ ปีนรั้วเข้า-ออกโรงเรียน
๒.๕ เจตนาไม่นำหนังสือจากโรงเรียนไปให้ผู้ปกครองตามกำหนด หรือเจตนาทำลาย
๒.๖ ปลอมแปลงลายเซ็นในหนังสือของผู้ปกครองที่มีมาถึงโรงเรียน
๒.๗ หลบหนีโรงเรียน หรือหลีกเลี่ยงการเรียน
๒.๘ แสดงกิริยา วาจา หรือการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่เป็น สุภาพชน
๒.๙ เที่ยวเตร่เร่รอนอยู่ในที่สาธารณะ หรือทำลายสาธารณสมบัติ หรือทำความสกปรกแก่สาธารณสถาน
๒.๑๐ มั่วสุม และ/หรือ ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น
๒.๑๑ ดู ครอบครอง หรือซ่อนเร้นรูปภาพลามกอนาจารในรูปแบบ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์
๒.๑๒ เมื่อพบหรือเดินผ่านครู-อาจารย์ ไม่แสดงความเคารพ หรือ แสดงอาการแข็งกระด้าง
๒.๑๓ ทะเลาะวิวาทยุยงส่งเสริมให้เกิดการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ
๒.๑๔ เข้าในสถานที่ที่ไม่บังควร เช่น โรงบิลเลียด สถานเริงรมย์ต่างๆ
๒.๑๕ ทำลายทรัพย์สมบัติของโรงเรียน ขีดเขียนข้อความหรือภาพ ลงบนโต๊ะ ฝาผนัง ตามที่ต่างๆทั้งนอกและในโรงเรียน

 

ข้อ ๓. ความผิดขั้นร้ายแรง (ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ ๓๐ คะแนน)
ได้แก่ ความผิด ต่อไปนี้


๓.๑ สูบบุหรี่ หรือยาเสพติดทุกชนิด
๓.๒ ดื่มเครื่องดองของเมาทุกชนิด
๓.๓ เล่นการพนันซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายการพนัน
๓.๔ ยุยงหรือยั่วยุ ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันของนักเรียนภายใน โรงเรียนหรือภายนอกโรงเรียน
๓.๕ พกอาวุธเข้ามาในโรงเรียน เช่น มีด อาวุธ หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่เจตนาใช้เป็นอาวุธหรือซ่อนเร้นไว้เพื่อประทุษร้าย
๓.๖ ลักขโมย
๓.๗ ก่อการวิวาทระหว่างโรงเรียนต่อโรงเรียน
๓.๘ ประพฤติชั่ว หรือกระทำความผิด ซึ่งนำความเสื่อมเสียมาสู่ โรงเรียน
๓.๙ แสดงกิริยาก้าวร้าว ขาดความเคารพครู-อาจารย์
๓.๑๐ ประพฤติตนในเชิงชู้สาว
๓.๑๑ กระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง


๔. ให้มีคณะกรรมการดำเนินการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ประกอบด้วยคณะ
ครู ผู้แทนผู้ปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาเห็นสมควรเป็นผู้ กำกับดูแลการใช้ระเบียบนี้


๕. ในการลงโทษนักเรียนทุกครั้ง ให้แจ้งผู้ปกครองที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ โรงเรียน และผู้ที่นักเรียนอาศัยอยู่รับทราบทุกครั้ง

 

 

Written by :
admin
 
elektronik sigara ve likitleri resmi sitesi ovale elips c elektrikli sigara ve esigara satış sitesi ego ce6